13 เรื่องที่ควรรู้…ก่อนซื้อรถยนต์

วันนี้เราจะมาแนะคนที่กำลังคิดว่าจะซื้อรถหรือกำลังจะซื้อรถ  มาดูกันดีฟ่าว่ามีคำแนะนำอะไรบ้างที่เราควรรู้ก่อนจะไปซื้อรถไปดูกันเลย…..

1. (เข้าใจเรื่องดอกเบี้ย/เงินดาวน์)

เงินดาวน์ คือ เงินที่ผู้ขายสินค้าเรียกเก็บจากผู้ซื้อล่วงหน้า ซึ่งส่วนมากจะนิยมเรียกเก็บเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับราคาเต็ม เช่น 10%, 20% หรือ 25% เป็นต้น ส่วนที่เหลือจะผ่อนส่งเป็นงวดๆ ไปจนครบตามสัญญา ส่วนใหญ่ถ้าดาวน์ต่ำกว่า 15% ก็จะต้องมีคนค้ำประกัน จำนวนเงินที่เราดาวน์ ก็จะมีผลต่อการคิดดอกเบี้ยในการผ่อนชำระ เช่น ดาวน์ 15% ดอกเบี้ยก็จะแพงกว่า ดาวน์ 25% เงื่อนไขก็จะอยู่ที่ธนาคารที่เรายื่นกู้

2. เราต้องตอบโจทย์ตัวเองก่อนว่าเรา จำเป็น หรือแค่ อยากมีรถ

ถ้าเราเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนที่ยังไม่มีสภาพคล่องทางการเงินสูง เราจำเป็นพิจารณาและสำรวจว่า เราแค่อยากมีรถไว้อวดหรือเราจำเป็นต้องใช้รถเพราะหากเราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากกรถได้จริงๆ เราก็ไม่ควรซื้อ เนื่องจากจะซื้อมาให้เป็นภาระเราปล่าวๆ จะซื้อก็คิดดีๆนะคะว่าจำเป็นที่ต้องใช้กันรึป่าว

3. เราต้องตอบได้ว่า เราซื้อรถไป เพื่อ อะไร

หลังจากที่เราพิจารณาแล้วว่ามีรถมีความจำเป็นต่อเรา เราควรรู้เป้าหมายว่าเราจะซื้อรถไปเพื่อจุดประสงค์อะไร?  เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง? มีรถสำหรับครอบครัว? หรือไว้สำหรับการบรรทุกของทำงาน?  เราต้องหาจุดประสงค์ที่จะซื้อให้เจอว่าซื้อเพื่ออะไร

4. เราต้องตรวจสภาพการเงิน ณ ปัจจุบันก่อนว่า ( เรามีเงินพอหรือยัง )

ถึงแม้เรามีความจำเป็นในการซื้อรถที่สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ถ้าเราไม่มีเงินที่มากพอ มันก็คงลำบากไม่ใช่น้อย

5. เลือกประเภทรถที่เหมาะกับการใช้งานของเรา

ประเภทรถก็มีหลายแบบให้เลือก เช่น รถเก๋ง,รถ Eco Car, รถกระบะ, รถ SUV, รถสปอร์ต, รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแต่ละประเภทก็มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

  • ถ้าเราเน้นขับในเมือง ไม่ได้ไปไหนไกลๆซื้อรถ City Car มาใช้ก็ถือว่าตอบโจทย์ เช่น Honda Jazz, Mazda 2, Toyota Vios เป็นต้นค่ะ
  • หรือใครอยาก ประหยัดน้ำมัน ก็เลือกซื้อรถคันเล็กหน่อย Eco Car ก็เหมาะเหมือนกัน เช่น พวก Nissan March, Honda Brio อะไรแบบนี้
  • แต่ถ้า ใครขับทางไกลขึ้นมาหน่อย มีไปต่างจังหวัดบ่อยหน่อย ให้เลือกพวกรถยนต์ขนาดกลางเช่น Civic, Mazda 3 หรือเลือกแบบขนาดใหญ่ไปเลยอย่าง Camry, Accord เป็นต้น
  • ใคร เป็นพวกข้าวของเยอะ มีครอบครัวแล้วมีน้องๆหนูๆ SUV หรือรถ 5 ประตูก็เหมาะค่ะ นั่งได้หลายคน จุของได้เยอะ เช่น CX5, CRV
  • หรือ ใครไม่อยากใช้น้ำมันอยากใช้ไฟฟ้าแทน รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถ EV ก็เป็นรถที่กำลังมาแรงในยุคนี้เลยค่ะ ใช้พลังงานจากไฟฟ้าแทนน้ำมัน แต่ราคาก็ยังค่อนข้างสูงอยู่ อย่างที่เรารู้จักก็จะมี Tesla, BYD, Nissan Leaf
  • ใคร งบสูงอยากได้เครื่องแรงดีไซน์ไม่ค่อยเหมือนใคร รถสปอร์ตไปเลยจ้าา มีให้เลือกทั้งค่ายญี่ปุ่นและค่ายยุโรปเลยค่ะ

6. ดูเรื่องขนาดเครื่องยนต์ เลือกใช้เชื้อเพลิงให้เหมาะสม

ขนาดของเครื่องยนต์ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราค่ะ

ถ้า เน้นวิ่งในเมือง  1,200 – 2,000 ก็เพียงพอถ้า วิ่งนอกเมืองเยอะ ก็ดูราว 2,000 ขึ้นไปเพื่อให้มีอัตราเร่งไว้ใช้งานและแน่นอนรถที่ใช้น้ำมันก็ต้องเติมน้ำมันนะคะ 555  มีให้เลือกหลักๆก็คือ เบนซิน และดีเซลน้ำมันเบนซิน จะได้เรื่องอัตราเร่งที่ไหลลื่น+ขับสนุก ส่วนใหญ่จะใช้กับรถเก๋งหลายๆรุ่น มีน้ำมันให้เลือกเยอะมากก ทั้ง E20, E85, 91,95

E20 กับ E85 ข้อดีคือ ราคาถูก

ข้อเสียคือ น้ำมันจะหมดไวกว่าแบบ 91 กับ 95 เพราะมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงกว่า และจะต้องหมั่นดูแลเครื่องยนต์ เพราะแอลกอฮอลล์จะกัดกร่อนเครื่องยนต์ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ละรุ่นก็เติมไม่เหมือนกันนะจ๊ะ แต่ไม่ต้องกังวลไป เขาจะมีบอกว่ารถเรา เหมาะจะเติมอะไรอยู่แล้วที่ด้านในของฝาถังน้ำมันน้ำมันดีเซล จะได้แรงบิดที่เยอะ ส่วนใหญ่จะใช้กับรถกะบะ  เพราะต้องใช้แรงมากตอนที่ขนของเยอะๆ

7. เลือกแบรนด์รถให้เหมาะกับเรา

  • อย่างที่เราเห็นกันหลักๆเลยก็จะมีค่ายของญี่ปุ่น กับค่ายของยุโรป ซึ่งสองค่ายนี้ ก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันไปรถ
  • ข้อดีของรถญี่ปุ่น
  • ราคาถูก
  • หาศูนย์บริการซ่อมง่าย
  • อะไหล่ถูก
  • ถ้าเป็นรุ่นที่เขาฮิตๆกันราคาขายต่อจะได้ราคาดี ไม่ค่อยตก
  • ข้อเสีย
  • คุณภาพตามราคา ถ้าราคาถูกมากๆ คุณภาพของวัสดุก็อาจจะไม่ได้สูงมากนัก
  • ข้อดีของรถยุโรป
  • หรูหรา Premium
  • จัดเต็มเรื่อง Entertainment
  • ข้อเสีย
  • ราคาสูงหาอะไหล่ยากส่วนใหญ่ราคาขายต่อค่อนข้างตก

8. ศึกษาบริการหลังการขาย

ก่อนซื้อเช็กบริการหลังการขายก่อนจะดีที่สุด ศูนย์เขาบริการดีรึเปล่า มีเรื่องอื้อฉาวอะไรมั่ง และระยะการรับประกันก็จะต่างกัน ต้องศึกษาให้ดีๆก่อนตัดสินใจซื้อ

9. ดูเรื่อง option เสริม

อีกหนึ่งคำถามยอดฮิต! “พี่คะ หนูเลือกเบาะหนัง หรือเบาะผ้าดี?” เพราะรถจะต้องอยู่กับเราไปอีกหลายปี สองตัวนี้ก็ข้อดีข้อเสียต่างกันค่ะ เบาะหนังข้อดี

  • ดูแลง่าย
  • หรูหรา
  • ช่วยลดปัญหาเรื่องการสะสมฝุ่น
  • ข้อเสีย
  • เวลานั่งนานๆอาจจะทำให้ตัวไหลตามแรงเหวี่ยงของรถได้ง่าย เพราะหนังจะมีความลื่นมากกว่าแบบผ้า
  • หนังจะเสียได้ง่ายถ้าเราจอดรถตากแดดร้อนจัดบ่อยๆ
  • ถ้ารถร้อน เบาะก็จะร้อนด้วยเช่นกัน
  • เบาะผ้าข้อดี
  • ราคาถูก
  • นั่งแล้วไม่ลื่นไปตามแรงเหวี่ยง
  • มีลวดลายให้เลือกเยอะ
  • ข้อเสีย
  • ทำความสะอาดยาก
  • เก็บฝุ่น
  • เกิดกลิ่นอับได้ง่ายกว่าแบบหนัง

10. เราต้องจำเสมอว่าผ่อนรถเสร็จแล้ว เราก็ยังจ่ายไม่จบ

  • การมีรถยนต์ 1 คัน มักกจะมี ค่าใช้จ่ายแอบแฝง มาเรื่อยๆนั้นแหละ เราจะต้องจ่ายไม่จบไม่สิ้น ถ้างงว่ามีค้าอะไรเยอะแยะนะ ถ้าให้สรุปก็ต้องมี
  • ค่าน้ำมัน  3000 บาท ต่อเดือน
  • ประกันชั้นหนึ่งไว้สำหรับรถเราประมาณ 1700 บาท ต่อเดือน (หรือประมาณ 20000 บาท ต่อปี)
  • พรบ. ต่อภาษี ตกกเดือนละ 250 บาท (หรือ 2400 ต่อปี)
  • ค่าเช็กระยะ ถ่ายน้ำมันเครื่อง เดือนละ 250 (หรือ 3000 บาท ต่อปี)
  • นี้ยังไม่รวมเวลา รถเราเกิดมีปัญหาพังหรือยางแตกขึ้นมานะ

11. เราต้องรู้ว่ารถยนต์มี (ค่าเสื่อมราคา ) ด้วย หวังจะเก็งกำไรหรอ ? ฝันไปเถอะ!

การซื้อรถไม่เหมือนารซื้อ ที่ ที่ราคาจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆเพราะมูลค่าของรถจะตกลงเรื่อยๆ เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไป สภาพของรถมักจะทรุดโทรมตามการใช้งาน ดังนั้นรถยนต์จึงมี ค่าเสื่อมราคา

ตัวอย่าง  เราซื้อรถยนต์มา 1,000,000 ใช้งานมา 10 ปี มีราคาขายในอนาคต 200,000 บาท ดังนั้นเราจึงมีค่าเสื่อมราคาอยู่ที่ (1,000,000-200,000) 10 = 6,667 บาทต่อเดือน(หรือ80,000 บาท ต่อปี) มูลค่าของรถยนต์จะลดลง 6,667 บาท ต่อเดือน

12. จำนวนเงินผ่อนต่อเดือน คิดจาก

[วงเงินที่ขอกู้ + (วงเงินที่ขอกู้ x อัตราดอกเบี้ย % x จำนวนปีที่ผ่อนชำระ)] หารด้วย จำนวนเดือนที่ต้องผ่อนชำระ

13. ซื้อแบบจ่ายเงินสด หรือ จะซื้อแบบเงินผ่อน

ก็คงจะต้องดูที่กำลังความพร้อมทางทุนทรัพย์ประกอบกันไปด้วย เพราะรถยนต์คันหนึ่งราคาก็ไม่ใช่หลักพันหลักหมื่นคะ แต่เป็นหลักหลาย ๆ แสน ดังนั้นถ้าคุณมีเงินก้อนที่ฝากไว้ในบัญชีธนาคารแบบออมทรัพย์เฉย ๆ เป็นเงินก้อนที่ออมไว้แต่ไม่ใช่เงินก้อนสำหรับเรื่องฉุกเฉินนะคะ ถ้ามีเงินเก็บลักษณะนี้อยู่ก็เบิกถอนออกมาซื้อรถได้ค่ะ เพราะดอกเบี้ยก็ไม่ได้มากมายอะไร และ ดีกว่าที่จะไปกู้เงินมาเสียดอกเบี้ยจ่ายธนาคารเขาให้วุ่นวายค่ะ

จบกันไปแล้วกับ 13 เรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ ครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรรอติดต่อกันต่อไปกับเว็1บ www.13plot.com

สนับสนุนบทความโดย เว็บเดิมพันออนไลน์ฝากถอนไว ขั่นต่ำที่ 100บาท
สนใจสมัครคลิ๊ก>>>>>คลิ๊ก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top