20 กีฬาสุดแปลกที่มีอยู่จริง

thumbnail

พูดถึงกีฬาทุกคนคงรู้จักกันดี อย่างเช่น บอล มวย วิ่งแข่ง ยกน้ำหนัก เป็นต้นและยังมีกีฬาอย่างอื่นอีกมากมาย แต่เชื่อไหมว่าในโลกนี้ยังมีกีฬาสุดแปลกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง วันนี้เลยจะพาไปดูกีฬาสุดแปลกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริงไปดูกันเลยว่าจะมีกีฬาแบบไหนบ้างไปดูกันเลย

1. SLAPING CONTEST ตบหน้า

นี่คือกีฬาสำหรับสายฮาร์ดคอตัวพ่อของจริง การแข่งขันที่ชื่อว่า Slaping Contest หรือแข่งตบหน้านั้น ไม่มีต้นกำเนิดแน่ชัดว่าแข่งกันครั้งแรกในปีไหน แต่มีการยืนยันว่ามันถูกริเริ่มโดยชาวรัสเซีย โดยเดิมทีนั้นเป็นการละเล่นกันในหมู่ทหารกองทัพโซเวียต ที่คาดว่าอาจจะเกิดจากความเบื่อในอากาศที่แสนจะหนาวเหน็บจึงหาอะไรทำแก้หนาวก็เป็นได้ โดยกติกาการแข่งขันนั้นง่ายนิดเดียวคือผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันแล้วผลัดกันตบคนละที ใครทนแรงตบไม่ไหวและน็อคก่อนถือว่าแพ้ง่ายๆแบบนั้นเลย แม้จะมีการเตือนจากเเพทย์ว่ากีฬาดังกล่าวมีความอันตรายต่อระบบประสาทและสมอง ทว่าด้วยการบ้าระห่ำที่ถูกใจสายโหดทั้งหลายทำให้ ปัจจุบัน  Slaping Contest นั้นเริ่มเป็นที่นิยมในประเทศต่างๆมากขึ้นทั้ง อเมริกา,อังกฤษ และ อินเดีย 

2. CHESS BOXING มวยหมากรุก

ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กันในกีฬาชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็น สมอง และ กำลัง เพราะนี่คือการนำ มวยสากล มารวมกับ หมากรุก ได้อย่างไม่น่าเชื่อมวยหมากรุก เกิดขึ้นใป 1992 จากนักเขียนการ์ตูนที่ชื่อว่า เอนกี บีลาล ที่ต้องการพิสูจน์ว่าการเป็นนักสู้ที่แท้จริงต้อง “ชนะบนสังเวียน และชนะบนกระดาน”   กีฬาชนิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจและปรับแต่งจนได้กฎกติกาจนเข้าที่เข้าทาง จนถึงขั้นมีการเเข่งอย่างเป็นทางการ และแต่งตั้งองค์กรที่ชื่อว่า World Chess Boxing Organisation หรือ องค์การมวยหมากรุกโลกเลยทีเดียวส่วนวิธีการเล่นก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรอย่างที่คิด ขอเพียงผู้เล่นต้องมีทักษะด้านการชกมวย และมีความรู้ด้านการเล่นหมากรุก โดยในยกแรกจะเป็นการเเข่งขันหมากรุก 4 นาที และสลับมาชกกันอีก 3 นาที วนเวียนไปจนกระทั่งหาจุดสิ้นสุดได้ โดยสิ่งที่ตัดสินเกมได้ แก่การเอาชนะน็อคเอาต์คู่แข่งบนเวทีมวยและการเอาชนะการเดินหมากด้วยการรุกฆาตบนกระดานหมากรุกได้การแข่งขันมวยหมากรุกเป็นที่นิยมในยุโรป และได้มีการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาแล้ว 1 ครั้งในปี 2003 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะที่การชิงแชมป์ยุโรปนั้นเคยจัดแข่งครั้งแรกในปี 2005 ที่กรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมัน และ ณ เวลานี้มวยหมากรุกมีการเเข่งขันทั้งประเภทชายและหญิง รวมถึงรุ่นประชาชนและเยาวชนอีกด้วย หากคุณคิดว่าคุณเป็นนักสู้ที่ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋นรับรองได้ว่า มวยหมากรุก คือกีฬาที่ท้าทาย และสมควรจะได้พิสูจน์ขีดจำกัดของคุณดูสักครั้ง

3. VOLCANO SURFING (สกีภูเขาไฟ)

ลืมไปได้เลยการแต่งตัวด้วยเครื่องนุ่งห่มสุดหนาเพื่อเย้ยฟ้าท้าอากาศหนาวชนิดติดลบ  เพราะนี่คือการแบกเอาสกีหรือแผ่นกระดานขึ้นไปยังยอดภูเขาไฟเพื่อเซิร์ฟลงมาจากยอดสู่ตีนเขาโวลคาน็อก หรือ โวลคาโน่ บอร์ดดิ้ง เป็นกีฬาที่ได้รับความนิมยมในประเทศนิการากัว และที่วานูอาตูที่มีภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่หลายแห่ง มันคือกีฬาที่ใช้คำว่าเสี่ยงตายได้เต็มปาก เพราะผู้เเข่งขันจะต้องเจอกับทั้งพื้นภูเขาไฟที่ขรุขระ การสูดหายใจเอาแก๊ซพิษ และรวมไปถึง “ลาวา” ที่อาจจะทำให้เสียชีวิตกันได้ง่ายๆเลยทีเดียวการแข่งขันกีฬาชนิดนี้เริ่มต้นครั้งแรกในปี 1970 โดยนักสกีอย่าง แจ็ค สมิธ, แกรี่ ฟลูอิทท์ และ เดเร็ก เบรเดนแคมป์  ก่อนเผยแพร่จนเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงปี 1980นักผจญภัยและนักข่าวของช่อง National Geographic Channel นามว่า โซลตัน อิสต์วาน ได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ทำให้กีฬาชนิดนี้สมบูรณ์ด้วยการไปกินนอนอยู่บนภูเขาไฟ ยาซูร์ ที่เกาะวานูอาตู ในปี 1995  นอกจากนี้เขายังได้ถ่ายเป็นสารคดีมาออกอากาศบนความยาว 5 นาที จนทั้งโลกต้องลุกฮือให้กับความสุดยอดและความเสี่ยงตายของกีฬาชนิดนี้ถ้าคุณอยากจะลองสัมผัสดูแนะนำว่าคุณต้องมั่นใจในทักษะและสภาพร่างกายมากๆ เพราะจากหลากหลายปัจจัยทำให้มีผู้บาดเจ็บจากกีฬาชนิดนี้เป็นหมื่นๆคนเลยทีเดียว

4. GAELIC FOOTBALL (บาสเก็ต+รักบี้+ฟุตบอล)

นี่คือกีฬาสุดฮิตจากประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นกีฬาที่นำหลากหลายสิ่งจากแต่ละชนิดกีฬามาผสมกันไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอลแบบบาสเก็ตบอล, การคว้าลูกวิ่งได้เหมือนรักบี้ และการเข้าไปยิงผ่านผู้รักษาประตูอย่างฟุตบอลกีฬาชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1908 ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ก่อนพัฒนาไปเรื่อยๆจนยุค ’70 มีการเปลี่ยนแปลง และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและเป็นกีฬาที่เหล่าชนชั้นสูง จะลงทุนสร้างทีม และวางเงินเดินพันขันต่อวิธีการเล่นก็ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ไม่ว่าจะส่วนใดของร่างกายคุณก็สามารถใช้ได้หมดในแกลิกฟุตบอล ผู้เล่นทั้ง 15 คนจะต้องห้ำหั่นกันในการชิงลูกฟุตบอล 1 ลูก เพื่อนำบอลไปทำเเต้ม โดยแบ่งเป็นการทำแต้ม 2 รูปแบบ  นั่นคือการยิงให้ข้ามคานบน (คล้ายๆการเตะฟิลด์โกล) ซึ่งการทำคะแนนแบบนี้จะได้ 1 แต้ม ส่วนการทำแต้มแบบที่ 2 คือการยิงเข้าประตูไปเลยเหมือนกับฟุตบอล ซึ่งการยิงประตูแบบนี้จะได้ 3 แต้มต่อการส่งบอลเข้าประตู 1 ครั้งปัจจุบันในไอร์แลนด์ยังนิยมกีฬาชนิดนี้อยู่ และมีการแบ่งลีกชิงแชมป์ประเทศ โดยมีสโมสรลงเเข่งทั้งหมดถึง 22 ทีมเลยทีเดียว

5. TRAIN SURFING (โหนรถไฟ)

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะครับว่าโลกนี้มีกีฬาชนิดนี้กับเขาด้วย เพราะนี่คือกีฬาที่ผิดกฎหมาย จากลักษณะการเล่นที่ผู้เเข่งขันจะต้องออกมาจากรถไฟและท้าทายด้วยการปีนป่ายไปให้ทั่วขณะที่รถไฟกำลังเเล่นอยู่ส่วนการคิดคะแนน (ที่ตัดสินกันเอง) ของกีฬาชนิดนี้คือการโหนและเล่นท่าทาง ที่ยิ่งหวาดเสียวเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้คะแนนสูงมากเท่านั้น โดยการตัดสินมักจะเกิดขึ้นในรูปแบบของคำชมผ่านโลกโซเชียลมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ผู้เล่นมักจะอัดคลิป และโพสต์โชว์ความสามารถกันผ่านออนไลน์  การละเล่นแบบนี้เป็นที่นิยมมากๆในประเทศ รัสเซีย, อินเดีย และหลายประเทศในทวีปแอฟริกา อย่างไรก็ตามมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเกิดขึ้นจากการเล่น Train Surfing ไม่น้อยเลยทีเดียว

6. FERRET-LEGGING (เจ้าโลกฟัดเล็บสัตว์)

เฟอร์เร็ต คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงหนูผสมพังพอน แต่สิ่งที่นำมันมาเป็นอุปกรณ์การเล่นกีฬา Ferret-legging คือเล็บของมันต่างหากนี่คือการแข่งขันที่แสนจะบ้าบอหลุดโลก เพราะผู้เเข่งขันไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย แค่การเตรียมฟิตเจ้าโลกให้ทนต่อความเจ็บปวดให้ได้ก็พอ นั่นก็เพราะว่าวิธีการเล่นคือการเอาตัว เฟอร์เร็ต มาใส่ในกางเกงในและวัดกันไปแบบแมนๆว่าใครจะทนคมเล็บของเจ้าสัตว์หน้าขนนี้ได้นานกว่ากัน….ไม่น่าเชื่อว่าการทนต่อความเจ็บปวดดันเป็นของสนุกของชาวอังกฤษจนได้รับความนิยมมากๆในยุค ’70 นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกันมาอย่างชาวนนานต่อเนื่องจนถึงขั้นดังข้ามฝั่งมาเล่นกันที่สหรัฐอเมริกาก็ยังมีนี่คือกีฬาที่แค่คิดก็เสียวไส้ไปจนถึงท้องน้อย หากคุณคิดว่าาคุณแมนเต็มร้อย ทนทานเกิดพิกัด และที่สำคัญคือ “ชอบความเจ็บปวด” นี่คือโอกาสที่คุณจะบอกให้โลกรู้ว่า “ข้าน่ะของจริง”ส่วนสถิติโลกที่มีคนเคยทำไว้เกิดขึ้นในปี 2003 โดยผู้ชนะที่ไม่ประสงค์ออกนามสามารถนำตัวเฟอร์เร็ต ยัดกางเกงในได้นานถึง 5 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว  

7. RUNNING IN HIGH HEELS (วิ่งเเข่งส้นสูง)

เมื่อมีกีฬาที่ผู้ชายเท่านั้นที่จะเข้าใจ ก็มีกีฬาที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะรับรู้  และนี่ก็คือความเจ็บปวดบนความงดงาม มันคือการใส่รองเท้าส้นสูงวิ่งเเข่งกัน!ลืมไปได้เลยการใส่รองเท้าส้นสูงสุดหรูพร้อมกับชุดราตรีสวยๆจิบไวน์ในงานกาล่าดินเนอร์ เพราะกีฬาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากๆ โดยเฉพาะในประเทศ รัสเซีย ที่มีการจัดเเข่งขันกันอย่างเป็นทางการเลยทีเดียวกฎกติกาการเเข่งขันง่ายนิดเดียวเพียงแค่คุณผู้หญิงที่มั่นหน้าและมั่นใจในการทรงตัวต้องสวมรองเท้าส้นสูงยาว 9 เซ็นติเมตร และวิ่งเเข่งขันในระยะทาง 50 เมตรเพื่อชิงความเป็นเบอร์ 1 ในโลกที่ผู้ชายไม่มีวันเข้าใจส่วนเงินรางวัลก็จะอยู่ที่ราวๆ 2,000 เหรียญต่อ 1 รอบ โดยกีฬาชนิดนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าชื่อดังไม่ว่าจะเป็น Christian Louboutin,YSL Tribute และ Jimmy Choo  เป็นต้นส่วนเหล่าพ่อบ้านที่มาช่วยเชียร์ภรรยาหรือแฟนสาวก็จะได้เห็นภาพที่คุณไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นบ่อยนัก นั่นคือการหัวหกก้นขวิดของเหล่ากวางน้อยของคุณ…โอกาสได้ขำแบบสุดเสียงเกิดขึ้นแล้ว เตรียมตัวกันหรือยังล่ะค่ะ

8. WORLD SAUNA CHAMPIONSHIPS (แข่งอบไอน้ำ)

ควาามทนทานของมนุษย์นั้นมีวีธีให้ทดสอบมากมายหลายเส้นทาง และนี่คืออีก 1 ชนิดกีฬาที่ไม่จำเป็นต้องออกแรงเหงื่อแตกให้เสียเวลา เพราะเพียงแค่คุณทนนั่งเฉยๆได้นานกว่าชาวบ้านชาวช่อง เมื่อนั้นคุณคือแชมป์โลกอย่างแท้จริงการอบไอน้ำเป็นกีฬาที่แข่งขันกันแบบจริงจังในประเทศฟินแลนด์ ดำเนินการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1999 จนถึงปี 2010 และที่น่าเหลือเชื่อนิดๆคือมีผู้ร่วมแข่ง ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 20 ประเทศอีกต่างหาก  กฎกติกาก็อย่างที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แค่นั่งทนไอร้อนในห้องเซาน่าด้วยความร้อนที่เพิ่มขึ้นทีละนิดทีละนิดทุกๆ 30 วินาที และมีจุดพีกอยู่ที 110 องศาเซลเซียส ให้ได้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว  จากจุดนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่ก็อย่าได้หวังคิดเช่นนั้นในปี 2010 มีนักกีฬาที่สามาถคว้าแชมป์ได้กลับต้องเสียชีวิตหลังจากออกมาจากห้องเซาน่าได้ไม่นาน จนทำให้ฝ่ายอัยการของฟินแลนด์ประกาศยกเลิกกีฬาชนิดนี้ไปในท้ายที่สุด

9. TUNA TOSS (เหวี่ยงปลาทูน่า)

นี่คือกีฬาของชาวออสเตรเลียที่ได้แรงบันดาลใจจากความลำบากเมื่อครั้งอดีต…ย้อนกลับไปในปี 1979 ตลาดประมงของประเทศออสเตรเลียจะมีการคัดเหล่าเด็กหนุ่มที่มาสมัครขอเป็นลูกเรือล่าปลาทูน่า ด้วยการทดสอบให้โยนและรับปลาว่าใครโยนได้ไกลที่สุด และรับได้นานที่สุดซึ่งหลังจากเกิดการคิดค้นในวงแคบๆเพื่อหาวิธีเหวี่ยงปลาไปให้ได้ไกลที่สุด กลายเป็นการแข่งขันที่ดูเป็นรูปแบบมากขึ้น โดยในปี 2002 ที่มีการจัดแข่งในพอร์ทลินคอร์น ประเทศออสเตรเลีย มีผู้ทำสถิติขว้างได้ไกลถึง 37.23 เมตร ขณะที่ของฝ่ายหญิงนั้นมีสถิติขว้างไกลที่ 21.25 เมตรอย่างไรก็ตามหลังจากปี 2007 ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้ปลาทูน่าปลอมมาเป็นอุปกรณ์ในการขว้างแทน เพราะจำนวนปลาทูน่าในทะเลลดน้อยถอยลงไปนั่นเอง

10. GIANT PUMPKIN KAYAKING (พายเรือฟักทอง)

การนำผลผลิตที่ไม่สามารถขายได้เอามาสร้างเป็นความบันเทิงในยุคที่ไร้ไฟฟ้าใช้คือสิ่งที่มีให้เห็นเสมอในกลุ่มชาวนาและเกษตรกรสมัยเก่าก่อน และนี่คือการเอาฟักทองยักษ์ มาทำเป็นเรือคายักพายข้ามแม่น้ำแข่งกันโดยการแข่งขัน Giant Pumpkin Kayaking  ถูกบันทึกเป็นกีฬาครั้งแรกในปี 1999 ในกลุ่มผู้ปลูกฟักทองยักษ์ ก่อนที่ท้ายที่สุดจะเป็นกีฬาที่มีผู้เข้าแข่งขันกว่า 10,000 คน และมีตัวแทนจาก 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสถิติดังกล่าวถูกบันทึกไว้ในการแข่งขันที่ วินด์เซอร์ ประเทศ แคนาดาเมื่อปี 2008ว่ากันตามตรงและระยะทาง 800 เมตรจากจุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัยไม่ใช่ระยะสั้นๆเลย ดังนั้นการพายเรือที่ทำมาจากฟักทองที่คว้านไส้ในออก น่าจะเป็นอะไรที่ยาก และเหนื่อยกว่าการพายเรือคายักจริงๆหลายเท่านัก

11. DONKEY BASKETBALL (ขี่ลาล่าห่วง)

ง่ายๆสั้นๆตรงความหมายเลยทีเดียวสำหรับกีฬาชนิดนี้ นั่นคือการขี่ลาและเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลไปในเวลาพร้อมๆกัน โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากเหล่าเกษตรกรและปศุสัตว์เช่นเคย เพียงแค่ต้องย้อนกลับไปในปี 1930 เลยทีเดียวกฎกติกาเหมือนกับบาสเก็ตบอลเป๊ะ นั่นคือการแบ่งฝ่ายทีมละ 5 คนและนำลูกบอลไปชู้ตลงห่วง เพียงแต่ผู้เล่นต้องอยู่บนหลังลาเท่านั้น   อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปกีฬาชนิดนี้ก็ถูกต่อต้านและยกเลิกไปโดยเหล่าผู้ต่อต้านมองว่ากีฬาชนิดนี้เป็นการทารุณกรรมสัตว์  อย่างไรก็ตามเหล่าโปรโมเตอร์สายโหดก็โต้แย้งว่ามันคือหน้าที่ของสัตว์อยู่แล้วที่ต้องทำงานเพื่อมนุษย์ และพวกมันก็จะได้รับการตอบกลับและดูแลเป็นอย่างดี หากเป็นลา ที่ใช้ในการเเข่งขันกีฬาดังกล่าว นั่นจึงทำให้กีฬาชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก และแอบเล่นกันเงียบๆในวงแคบเท่านั้น

12. QUIDDITCH (ควิดดิตช์)

ไม่ใช่แค่ชื่อที่เหมือนกีฬายอดฮิตของเหล่าพ่อมดในเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เพราะมัน คือ การนำเเข่งขันที่จำลองจากแฟนนิยายแฟนตาซีเรื่องนี้ที่ต้องการบอกให้โลกรู้ว่า “ควิดดิตช์” สามารถเป็นกีฬาของเหล่ามักเกิ้ล (คนธรรมดา) ได้เช่นกัน เพียงแต่ขี่ไม้กวาดที่บินไม่ได้เท่านั้นเองกฎกติกาการเล่นก็ลอกแบบออกมาอย่างชัดเจนตามต้นตำรับในหนังสือ โดยมีผู้เล่นตำแหน่งต่างฝั่งและ 7 คน  ขณะที่การทำคะแนนจะมีลูกบอลหลักชื่อว่า ควัฟเฟิล ที่ผู้เล่นทั้งสองฝั่งจะต้องแยกกันไปยิงลอดห่วงกลมๆ ขณะที่อีก 1  หนทางที่จะทำเเต้มได้ คือการไล่จับลูกโกลเดนสนิช ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้เล่นตำแหน่ง ซีกเกอร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งประจำของพระเอกอย่าง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ นั่นเอง (มีค่า 30 คะแนนหากจับได้)ปัจจุบัน ควิดดิช เป็นกีฬาที่มีการแข่งชิงแชมป์โลกอย่างจริงจัง ตัวแทนหลากหลายชาติเข้ารวมตัวเเข่งขันไม่ว่าจะเป็น อเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อังกฤษ, เม็กซิโก และ ฝรั่งเศส เป็นต้นอ้อ…นอกจากนี้ยังมีการซื้อตัว และเซ็นสัญญาเหล่าผู้เล่นในระดับสโมสรเหมือนกีฬาดังๆชนิดอื่นๆไม่มีผิด …. ไม่แน่ในอนาคต “ควิดดิช” อาจจะถูกบันทึกเป็นกีฬาในการเเข่งขันโอลิมปิคก็เป็นได้

13. WIFE-CARRYING (วิ่งกระเตงฟัดแบกเมีย)

นี่คือการแข่งขันที่พิสูจน์รักแท้ของเหล่าคู่รักทั่วโลกที่เริ่มแข่งขันกันอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 1992  กฎของกีฬา “แบกเมีย” เขียนเอาไว้ว่าผู้เข้าแข่งขันผู้หญิงที่จะเป็นฝ่ายถูกแบกนั้นต้องมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป หรือหากฝ่ายหญิงแกร่งจริงก็สามารถเลือกที่จะแบกฝ่ายชายแทนก็ได้ (โหดสุด)ลักษณะการแข่งง่ายๆเลยคือการเอาภรรยาขี่คอแบบกลับหัวเอาไว้และวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นการวิ่งข้ามทุ่ง กระโดนข้ามกองฟาง และวิ่งผ่านแอ่งน้ำ เป็นระยะทาง 253 เมตร เรียกได้ว่าต้องอึดถึกทนกันจริงๆกว่าจะจับมือเข้าเส้นชัยได้ เพราะศีรษะของฝ่ายภรรยาจะต้องลงไปถูลู่ถูกังกับอุปสรรคทั้งหลายที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ในระยะหลังกีฬาชนิดนี้ออกสื่อมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลาายเป็นที่นิยมและมีผู้เข้าแข่งขันมากหน้าหลายตา และฮ็อตฮิตจนกลายเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกเลยทีเดียวในปี 2012 คู่รักชาวอเมริกันจากมิลวอกี้ ได้แก่ นาธาน ชโวเวิร์ต และ ชาร์ล็อต ช็อง ทีทำสถิติโลกไว้ที่ 1 นาทีกับอีก 40 วินาที ทว่าหลังจากกมีการแข่งขันที่เข้มข้นเพราะเงินรางวัลที่สูงขึ้น รวมถึงมีการเเข่งขันชิงแชมป์โลกทุกปี ทำให้ผู้เข้าแข่งขันหาเทคนิคต่างๆมาห้ำหั่นกันเพื่อทำเวลาให้เร็วที่สุดโดยปัจจุบันในการเเข่งขันชิงแชมป์โลกปี 2018 เเชมป์ตกเป็นของคู่รักชาว ลิธัวเนีย อย่ง ไวเทาทัส เคอร์คลิลูคัส และ เนรินก้า เคอร์คลินลูคีน ซึ่งทุบสถิติเดิมเละเทะด้วยการทำเวลาไว้แค่ 65 วินาทีเท่านั้น

เป็นไงกันบ้างไม่เชื่อกันเลยใช่รึป่าว ว่าจะมีกีฬาแบบนี้อยู่บนโลกจริงๆ ยังมีเรื่องสุดแปลกบนโลกอีกมากมาย ครั้งหน้าจะมีเรื่องอะไรอย่าลืมติดตามกันนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top