13 อันดับ ล่องเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยักษ์กว่านี้ก็ยานอวกาศแล้วจ้า

thumbnail

13 อันดับ เรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยักษ์กว่านี้ก็ยานอวกาศแล้วจ้า ล่องเรือสำราญ ให้เบิกบานสำราญใจ ล่องธรรมดา อาจจะยังไม่เป็นที่ประทับใจเท่าไหร่ อิอิ งั้นเราลองมาล่องเรือลำใหญ่ยักษ์มหึมา กันดีกว่าไหมคะ พร้อมการันตีทั้งความฟิน และความมันส์ รวมทั้งกิจกรรมสนุกสนานมากมาย ชุดใหญ่จัดหนักขนาดนี้แล้ว เห็นจะมาคนเดียว โดดเดี่ยว เปล่าเปลี่ยวไม่ได้แล้วจ้า ทริปนี้ต้องยกขบวนกันขนกันมาทั้งครอบครัว เติมความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้สนั่นกันทั่วทั้งเรือไปเลยค่าาาาาา  

1. ล่องเรือสำราญ Symphony of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

Symphony of the Seas อยู่ในตระกูล Oasis Class เรือสำราญที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งปี 2018 เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขนาด 228,081 ตัน งบการก่อสร้าง 47,250 ล้านบาท มีทั้งหมด 18 ชั้น 22 ร้านอาหาร 24 สระว่ายน้ำ ห้องพักมีทั้งหมด 2,759 ห้อง แบ่งโซนต่างๆ บนเรือออกเป็น 7 โซนหลัก ประกอบด้วย โซน Royal Promenade แหล่งรวบรวมความบันเทิงและร้านอาหาร, โซน Broadwalk มีม้าหมุน และ Aqua Theater ลานโชว์การแสดงระดับโลก, โซนสวนสาธารณะพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ Central Park มีพืชพรรณนานาพันธุ์มากกว่า 20,000 ชนิด, โซนสระว่ายน้ำและสไลเดอร์, โซนสปาและฟิตเนส, โซนความบันเทิง และโซนเด็ก กิจกรรมและของเล่นสำหรับน้องๆ หนูๆ

เครื่องเล่นไฮไลท์จะเป็น Ultimate Abyss สไลเดอร์ถึง 10 ชั้น ยาวถึง 216 ฟุต เรียกได้ว่าสไลด์ลงมาที ต้องหลับตาปี๋ หวาดเสียว และกรี๊ดแตกไปเลยจ้า แล้วก็ The Perfect Storm สไลเดอร์สวนน้ำ เล่นน้ำฟินกระจาย Flow Rider สนามจำลองเล่นเซิร์ฟบอร์ดโต้คลื่นมันส์ๆ และมีหน้าผาจำลองให้ได้ปีนป่ายโชว์ความแข็งแรงกันด้วยค่ะ

โอ้!… มาย!… ก๊อด!… อลังการที่สุ๊ดดด  สุดยอดเรื่องกิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกบนเรือที่จัดเต็มแบบเว่อร์วัง 

ปัจจุบัน Symphony of the Seas เป็นเรือลำที่ 4 ในตระกูล Oasis Class ได้ถูกขนานนามว่าเป็นเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกปี 2018 เดี๋ยวๆ ยังไม่หมดจ้า ขอขิงต่ออีกนิดว่า… ในอนาคตจะมีเรือลำที่ 5 ในตระกูลเดียวกันนี้ ใหญ่ยักษ์บิ๊กเบิ้มมหึมากว่าเดิมอีกแน่นอน เราคงจะได้เห็นการเปิดตัว ในปี 2021 อีกไม่นานเกินรอค่า ว่าแล้วก็อยากจะชะแว้บบไปล่องเรือสำราญลำนี้ซะแล้ววว 

2. ล่องเรือสำราญ Harmony of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

Harmony of the Seas เป็นเรือสำราญในตระกูล Oasis Class เช่นกัน เคยเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกปี 2016 ขนาด 226,963 ตัน งบการก่อสร้าง 47,250 ล้านบาท มีรูปแบบเรือสำราญ กิจกรรม และความบันเทิง เช่นเดียวกับเรือ Symphony of the Seas ค่ะ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 6,687 คน และยังมีความยาวมากกว่าความสูงของหอไอเฟล ด้วยความยาวที่ 1,188 ฟุต หรือ 361.8 เมตร ในขณะที่หอไอเฟลมีความสูงอยู่ที่ 1,063 ฟุตเท่านั้นค่ะ ไฮไลท์สุดพิเศษต้องยกให้กับ Ultimate Abyss สไลเดอร์สูง 10 ชั้น กิจกรรม Adventure สุดหวาดเสียวที่ไม่ควรพลาด ดิ่งลงมา 10 ชั้นด้วยความเร็ว 14.5 กม. ต่อชั่วโมงเท่านั้นเองจ้า จิ๊บๆ เหมือนเสียงนกร้อง 555 หรือจะเล่น Zipline ต่อก็ยังได้ ท้าทายความเสียว ปล่อยตัวล่องลอยกลางเวหาสักนิด ใจเนี่ย เหลือนิดเดียวแล้วจ้าาาา >.,<

3. ล่องเรือสำราญ Allure of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

Allure of the Seas เป็นเรือสำราญในตระกูล Oasis Class เจ้าเดิมจ้า เคยเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกปี 2010 ขนาด 225,282 ตัน งบการก่อสร้าง 42,000 ล้านบาท ภายในเรือมีร้านอาหารกว่า 25 แห่ง สระว่ายน้ำ 4 แห่ง อ่างน้ำวนจำนวน 10 แห่ง และเรือลำนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 6,687 คน มีความยาวที่ 1,187 ฟุต นอกจากนี้ยังมีโรงละครขนาดใหญ่ กับการแสดงละครบอร์ดเวย์ เช่น มิวสิคเคิล ชิคาโก้ ที่ได้รับรางวัล Tony Award มาแล้ว ภายในโรงละครยังรองรับผู้ชมได้ถึง 1,380 ที่นั่ง รับรองว่า การแสดงต่างๆ จะเรียกเสียงฮือฮา เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับท่านผู้ชมแน่นอนค่า

4. ล่องเรือสำราญ Oasis of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

อันนั่นแน่.. เบื่อกันหรือยัง กับสายเรือที่คุณก็รู้ว่าคืออะไร 555 ลำดับที่ 4 ยังคงเป็นเรือสำราญ Oasis of The Seas เรือลำแรกในตระกูล Oasis Class ของสายเรือ Royal Caribbean ปี 2009 ขนาด 225,282 ตัน งบการก่อสร้าง 49,000 ล้านบาท เป็นเรือลำแรกที่มีแนวคิด “Seven Neighborhoods” ซึ่งก็คือ การแบ่งโซนต่างๆ ออกเป็น 7 โซน เพื่อสร้างความบันเทิง บวกกับเพลิดเพลินแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมกับกิจกรรมสุดมันส์ โดยวางไฮไลท์สำคัญๆ ไว้บนเรืออย่างสมบูรณ์แบบ 7 โซนที่ว่านี้ ได้แก่ The Royal Promenade, Central Park, The Boardwalk, Pools and Sports Zone, Vitality of the Sea, Entertainment Place และ Youth Zone นั่นเองค่า เรือลำนี้จุผู้โดยสารได้ถึง 6,780 คน โดยเรือ Oasis of The Seas ได้ชื่อว่ามีสระว่ายน้ำที่ลึกที่สุด และ แขกจะได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงโชว์ที่ได้รับรางวัลจาก Tony Award อย่าง Hairspray จัดเต็มขนาดนี้ ขอตัวไปแพ็คกระเป๋าก่อน จะรีบไปขึ้นเรือจ้า 555

5. ล่องเรือสำราญ MSC Meraviglia สายเรือ MSC Cruises

เรือสำราญ MSC Meraviglia เรือลำแรกในตระกูล Project Vista ของสายเรือ MSC Cruises บริษัทเดินเรือสัญชาติยุโรป เรือมีขนาด 171,598 ตัน งบการก่อสร้าง 33,250 ล้านบาท และจะมีเรือน้องสาว MSC Bellissima ขนาด 171,598 ตัน งบการก่อสร้าง 33,250 ล้านบาทเช่นกัน จะออกมาเปิดตัวเพิ่มอีกในปี 2019 ค่า เรือลำนี้เหมาะที่จะเดินทางกันเป็นครอบครัว เน้นเส้นทางเดินเรือช่วงฤดูร้อนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม และในปี 2019 จะมีเส้นทางล่องเรือไปยังโซนอเมริกาที่แคริบเบียนอีกด้วยค่ะ โดยจะออกจากท่าเรือ Miami เป็นหลัก จุดเด่นที่สำคัญในตอนนี้คือ MSC Meraviglia ได้เซ็นต์สัญญาร่วมมือกับ Cirque du Soleil ในการนำการแสดงขึ้นมาไว้บนเรือ 12 ครั้งต่อสัปดาห์ แขกทุกท่านจะได้สัมผัส โอ้ …ว้าว! ความตื่นเต้นกับโชว์สุดอลังในการแสดงกายกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเซิร์ค ดู โซเลย์ตลอดการเดินทางเลยค่า ความอลังการของกิจกรรม และโชว์บนเรือลำนี้ขอ #ไม่พูดเยอะนะคะเจ็บคอ แค่ก แค่ก ^^

6. ล่องเรือสำราญ Norwegian Bliss สายเรือ Norwegian Cruise Line

เรือสำราญ Norwegian Bliss อยู่ในตระกูล Breakaway-Plus เป็นเรือสำราญที่ใหม่ที่สุด และใหญ่ที่สุดของสายเรือ Norwegian Cruise Line พึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2018 มีขนาด 168,028 ตัน งบการก่อสร้าง 32,200 ล้านบาท ซึ่งเรือในคลาสนี้ Breakaway-Plus ทั้งสามลำ ต้องบอกเลยค่ะว่ามีสีสันที่สวยงาม สะดุดตา โดดเด่นเป็นที่สุดค่ะ เราสามารถมองเห็นตัวเรือได้ในระยะไกล เพราะภายนอกตัวเรือถูกเพ้นท์ลายสวยๆ ไว้ และอนาคตอันใกล้ จะมีเรือลำที่สี่ Norwegian Encore เข้ามาสร้างสีสันบนน่านน้ำทะเลในปี 2019 อีกด้วยค่า

เรือสำราญ Norwegian Bliss มีไฮไลท์เป็นลานโกคาร์ท ดีไซน์ 2 ชั้น บริเวณชั้นดาดฟ้าระหว่างชั้น 19 และชั้น 20 ให้ทุกคนได้สนุกสนาน ไปกับการแข่งรถโกคาร์ทที่ใหญ่ที่สุดในท้องทะเล ผู้ที่รักความเร็วห้ามพลาดค่า แหม๋.. แต่ก็อย่าเบียดกันแรงนะคะ เดี๋ยวกลายเป็นรถดำน้ำไปซะ อิอิ เค้าหยอกเล่นน้า ~ นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำสไลเดอร์ขนาดใหญ่ และกิจกรรมเล่นเกมยิงเลเซอร์อีกด้วยค่า #ฉันพร้อมแล้ว เพื่อนเอ๋ย พร้อมจะลุยกันมานานแล้ว ฮาฮ่าโย่วว

7. ล่องเรือสำราญ Quantum of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

เรือสำราญ Quantum of the Seas อยู่ในตระกูล Quantum Class เช่นเดียวกับเรือสำราญ Anthem of the Seas และ Ovation of the Sea ของสายเรือ Royal Caribbean ซึ่งมีขนาดเท่ากันที่ 167,666 ตัน งบการก่อสร้าง 33,250 ล้านบาท เป็นเรือที่อัจฉริยะและไฮเทคที่สุดในเอเชีย ปี 2014 นี่มันเรือแห่งยุค AI หรือเปล่านะ Quantum of the Seas ให้ประสบการณ์ที่คล้ายๆ กันกับตระกูลพี่ใหญ่อย่าง Oasis Class เพียงแต่ว่าขนาดของเรือจะเล็กลงมาแค่นั้นเองค่ะ ภายในเรือกว้างขวาง โอ่อ่า มีร้านอาหารให้เลือกมากมายถึง 18 ร้าน มีเครื่องเล่นกระเช้าลอยฟ้า North Star ขึ้นไปชมวิวสูงกลางทะเล 360 องศา สุดยอด! รวมไปถึง RipCord by iFly เครื่องเล่นจำลองการโดดร่มในห้องแคปซูลใส ลมตีพุงจนไขมันกระจ๊ายย I believe I can fly.. I believe I can touch the sky.. 555 และ Bionic Bar พบกับโรบอท บาร์เทนเดอร์ อันน่าทึ่งที่สามารถชงค็อกเทลเย็นๆ ให้เราได้ลองจิบกันค่ะ นี่มัน iRobot ชัดๆ อิอิ เส้นทางจะวิ่งอยู่ในเอเชียเป็นหลัก ออกจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ไปญี่ปุ่น 4-5 วัน กลุ่มผู้โดยสารหลัก จะเป็นชาวจีน หากท่านใดอยากล่องเรือเป็นครั้งแรก แนะนำลองล่อง Quantum of the Seas ดีที่สุดค่า อยู่ไม่ไกล ไม่กี่วัน และราคาไม่รุนแรงด้วยค่า

8. ล่องเรือสำราญ Anthem of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

เรือสำราญ Anthem of the Seas เรืออีกหนึ่งลำในตระกูล Quantum Class ของสายเรือ Royal Caribbean ขนาด 167,666 ตัน งบการก่อสร้าง 33,250 ล้านบาท เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน ปี 2015 เรือลำนี้โดยปกติจะล่องในน่านน้ำแอตแลนติกค่ะ สำหรับทริป 8 คืน ล่องออกจาก ฝรั่งเศส สเปน และเซาแธมป์ตัน ถือเป็นเรืออีกหนึ่งลำที่น่าสนใจทีเดียวนะคะ เคยเป็นเรือลำใหญ่ ที่แวะไปยังท่าเรือที่แคนาดาในปี 2016 ในเส้นทางที่ล่องไปยัง Halifax และ Nova Scotia อีกด้วยค่า

9. ล่องเรือสำราญ Ovation of the Seas สายเรือ Royal Caribbean

Ovation of the Seas เรือสำราญสุดไฮเทคในตระกูล Quantum Class ของสายเรือ Royal Caribbean เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 ขนาด 167,666 ตัน งบการก่อสร้าง 35,500 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเรือ AI คนพี่เล็กน้อย เรือลำนี้มีห้องพักที่สวยงาม ใหม่ และทันสมัย รวมไปถึงร้านอาหารที่มีให้เลือกกว่า 18 ร้าน รวมถึงร้านอาหารพิเศษอย่าง Jamie’s Italia ที่ได้เชฟชื่อดังอย่าง Jamie Oliver มารังสรรค์รสชาติอาหารอิตาเลี่ยนแท้ๆ ได้ฟิลยิ่งกว่านั่งอยู่ในรายการมาสเตอร์เซฟอีกนะคะเนี่ย แค่นี้ก็ทำให้บรรยากาศการล่องเรือตลอดทั้งวัน ฟินเฟอร์ ~ แบบไม่มีเบื่อแน่นอนค่า ลำนี้มีเส้นทางล่องเรือหลักๆ อยู่ที่เอเชีย ออกจากท่าเรือเทียนจิน (ปักกิ่ง) ไปญี่ปุ่น 4-5 วัน แล้วก็ช่วงปีใหม่ไปออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ และในปีหน้า 2019 จะไปวิ่งอยู่ที่อลาสก้าค่า ปีหน้าทั้งธารน้ำแข็ง ทั้งปลาวาฬ ทั้งปูอลาสก้า รออยู่ จะอดใจไหวหราา.. ตะเอง.. 

10. ล่องเรือสำราญ Norwegian Joy สายเรือ Norwegian Cruise Line

เรือสำราญ Norwegin Joy เป็นเรือสำราญที่เป็นเรือลำที่สองในตระกูล Breakaway-Plus Class ของสายเรือ Norwegian Cruise Line มีความยาว 1,094 ฟุต เรือ Norwegin Joy ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อนักท่องเที่ยวชาวจีน ภาษาหลักที่ใช้บนเรือสำราญก็เป็นภาษาจีนกลางด้วยเช่นกัน 555 ปกติภาษากลางบนเรือสำราญทั่วโลก จะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เรียกได้ว่า Exclusive จริงๆ ต้องเตรียมฝึกพูดภาษาจีนกันสักหน่อย หนีห่าว ~ หนีห่าวมา~ เรือลำนี้ออกแบบโดยศิลปินชาวจีนชื่อดังอย่าง Tan Ping เป็นผู้ออกแบบให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สวยงาม และน่าดึงดูดถูกใจคนจีน เอาใจคนจีนสุดๆ จ้า เรือ Norwegin Joy เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 รองรับผู้โดยสารได้ถึง 3,883 คน มีเส้นทางล่องเรือที่ได้รับความนิยมที่สุด คือเส้นทางระหว่างจีน และออสเตรเลีย ลำนี้ใหญ่ แต่เราไม่ไปจ้า.. ของคนจีนเค้า..

11. ล่องเรือสำราญ Seven Seas Explorer ของสายเรือ Regent Seven Seas 

  • ภายในเรือสำราญลำนี้มีพื้นที่กว่า 4,262 ตารางเมตร ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนครึ่งหนึ่งเป็นหินคาราร่า จากอิตาลี ซึ่งเป็นหินอ่อนที่ดีที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยลวดลายที่สวยงาม หินอ่อนที่มีรายละเอียดที่สวยงามเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้ทั่วทั้งเรือ รวมไปถึงอีก 375 ห้องสวีท ภายในห้องน้ำจะมีการตกแต่งด้วยหินอ่อนที่สวยงามเป็นที่สุดค่า 
  • บนเรือสุดหรูยังมีแชนเดอเลียร์ที่สวยงามถึง 158 แชนเดอเลียร์ทำมาจากคริสตัล เราจะพบได้ตามร้านอาหาร เลานจ์ พื้นที่สาธารณะ อื่นๆ ยังไม่หมดนะคะ ยังมีอีก 97 แชนเดอเลียร์ ในห้องพักสวีทสุดหรู และ อีก 218 แชนเดอเลียร์ ที่เรียงรายบนทางเดิน ส่องแสงสว่าง ให้บรรยากาศงดงาม และอบอุ่นในยามค่ำคืนอีกด้วยค่า
  • เรือลำนี้มีความพิเศษที่ต้องบอกต่อ นั่นก็คือ การบริการที่เหนือความคาดหมาย วัดได้จากจำนวนลูกเรือที่มีทั้งหมด 552 ลูกเรือ ต่อจำนวนผู้โดยสาร 750 ท่าน หมายความว่า อัตราการให้บริการต่อแขกผู้เข้าพักนั้นจะสูงถึง 1:1.36 ท่าน ผู้เข้าพักจะได้รับการบริการที่เป็นส่วนตัวสุดๆ ในตลอดทริปการล่องเรือในช่วงวันหยุดพักผ่อนนั่นเองค่ะ  
  • จำนวนพื้นที่ระเบียงทั้งหมดบนเรือ ที่มีมากถึง 4,822 ตารางเมตร เฉลี่ยแล้วต่อห้องสวีทจะมีระเบียงที่กว้างถึง 12 ตารางเมตรเลยทีเดียวค่า เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเรือสำราญก็ว่าได้ 
  • เรือสำราญ Seven Seas Explorer ทุ่มงบราวๆ 5.2 ล้านบาท ในการตกแต่งห้องสวีทสุดหรูอย่าง Regent Suite หากจะรับประทานอาหาร ต้องอยู่บนจานของแบรนด์ เวอร์ซาเช่ เท่านั้น แม้กระทั่งชุดเครื่องนอนในห้องพัก ที่มีราคาราวๆ 3.1 ล้านบาทค่า
  • ห้องพัก Regent Suite สุดหรูหรา มีพื้นที่กว้างประมาณ 412 ตารางเมตร มีห้องนอนสุดหรูสองห้อง ภายในห้องนั่งเล่นมีเปียโนที่ดีที่สุดอย่าง Steinway Arabesque ดีไซน์โดยนักออกแบบชื่อดังระดับโลกอย่าง Dakota Jackson เขายังได้รับรางวัล Red Dot Design Award สาขา Product Design อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ภายในห้องยังมีบริการสปาฟรี แบบไม่จำกัด ทั้งบริการซาวน่าแบบส่วนตัว ห้องทรีตเม้นท์ และห้องอบไอน้ำ ที่มีวิวสวนพฤกษา มาพร้อมกับทิวทัศน์ของท้องทะเล ที่งดงามจับใจ 
  • ห้องอาหาร Compass Rose มาพร้อมกับจานที่มีลวดลายสวยหรูเวอร์ซาเช่ (Versace) แบรนด์ดังระดับโลก คู่กับอาหารรสเลิศ เป็นห้องอาหารหลักที่ใหญ่ที่สุด ให้บริการอาหารคอนติเนนตัลสไตล์ยุโรป บรรยากาศหรูหรา ราวกับอยู่ในพระราชวัง 
  • สำหรับท่านที่ชอบดื่มแชมเปญ และไวน์ชั้นดี บนเรือ Seven Seas Explorer มีแชมเปญชั้นเยี่ยมกว่า 2,148 ขวด ไวน์แดงและไวน์ขาวกว่า 5,712 ขวด ที่พร้อมให้บริการ รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ ไวน์ แชมเปญ ระดับพรีเมียม ค่ะ
  • สำหรับเมนูอาหารสำหรับแขกวีไอพี่ทุกท่าน จะถูกจัดเมนูอาหารอย่างดีเยี่ยม เช่น ล็อบสเตอร์สุดอร่อย ปริมาณกุ้งล็อบสเตอร์ที่จัดไว้ให้แขกต่อวันมีมากถึง 900 กิโลกรัม สำหรับทริป 14 คืน จากร้านอาหารกูร์เมต์ใน Seven Seas Explorer รวมไปถึงห้องอาหารหลักอย่าง Compass Rose and และ La Veranda อีกด้วยค่า 
  • นอกจากนี้ยังมีบริการ รูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับท่านที่ต้องการมีเวลาทานอาหารแบบเป็นส่วนตัว และชมวิวทิวทัศน์จากภายในห้องพักก็ทำได้เช่นกันค่ะ
  • แขกทุกท่านจะได้รับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบ VIP สุดๆ ทั้งการบริการที่เหนือระดับ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ รับแพ็คเกจสุดหรู ฟรีโรงแรม 1 คืนก่อนออกเดินทางพร้อม ให้บริการสำหรับผู้เข้าพักใน Concierge Suites หรือสูงกว่า ฟรีรถรับส่ง ฟรีอาหารเช้า ฟรีบริการรับส่งกระเป๋า มีบัทเลอร์ส่วนตัว ได้สิทธิ์รับประทานอาหารมื้อค่ำพร้อมกัปตัน จัดบาร์เครื่องดื่ม และแอลกอฮอล์ตามที่ท่านชอบ ได้สิทธิ์จองโปรแกรมทัวร์ก่อน เป็นต้นค่า 

12. ล่อง เรือสำราญ Crystal Serenity ของสายเรือ Crystal Cruises 

สัมผัสกับบรรยากาศสุดแสนจะผ่อนคลาย และสบายๆ ไปตลอดทุกทริปการเดินทาง โดยเรือสำราญ Crystal Serenity ของสายเรือ Crystal Cruises จะนำนักเดินทางล่องเรือสำราญทุกท่าน มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่สวยงามจากทั่วทุกมุมโลก Crystal Serenity เปิดตัวเมื่อปี 2003 มีน้ำหนัก 68,000 ตัน รองรับผู้โดยสารได้ 1,080 คน และมีการปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2016 งบการก่อสร้าง 12,250 ล้านบาท ($350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จัดเป็นเรือในคลาสสุดหรู ภายในสวยงาม และอลังการ หากเปรียบเสมือนโรงแรมก็ต้องยกให้ระดับ 6 ดาวกันเลยทีเดียวค่ะ หรูหราแบบ All inclusive โดยรวมค่าใช้จ่ายทุก

13. ล่อง เรือสำราญ Seabourn Encore  ของสายเรือ Seabourn Cruises 

ลองเปิดประสบการณ์ไปกับเรือสำราญ Seabourn Encore ทุกท่านจะพบกับการเดินทางอันสุดหรู ที่น่าประทับใจแบบไม่มีวันลืมเลยทีเดียวค่ะ เรือสุดหรูลำนี้จะพาท่านไปเยี่ยมชมสถานที่อันสวยงาม เรือจะแล่นไปยังเส้นทางที่สำคัญๆ ของโลกในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวค่ะ โดยมีเส้นทางการล่องเรือที่หลากหลาย และสามารถแล่นไปในสถานที่ที่สวยงามอันถูกซ่อนอยู่ เป็นจุดที่เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เรือสำราญลำนี้ถือเป็นเรือที่มีความทันสมัยที่สุด เรือ Seabourn Encore เปิดตัวในปี 2016  เป็นเรือขนาดเล็กค่า น้ำหนักอยู่ที่ 40,340 ตัน จุผู้โดยสารได้ 600 ท่าน งบการก่อสร้าง 13,300 ล้านบาท 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top